Sunday, October 23, 2005

ธรรมะคือความดี

.....ธรรมมะ คือ ความดี.....
.....ความดี คือ ความพอดี....
.....ความพอดี คือความพอดี ที่คนส่วนใหญ่เห็นชอบด้วย

. ชาติ หรือ ชาตะ แปลว่าเกิด
. ชาติของชีวิตคือ เกิดขึ้น ดำรงค์อยู่ กระทั่งตาย=1ชาติชีวิต
. ชาติของกรรม (การกระทำ) เรื่องราวที่เกิด ดำเนินอยู่ สิ้นสุด จบลง 1 เรื่อง = 1 ชาติกรรม
. กฎแห่งกรรม นั้นมีเพียง 2 อย่างเท่านั้น คือ
.กรรมดี และ
.กรรมเลว ส่วนต่างคือ มากน้อย กว่า ที่สุด สร้างขึ้น แสดงออก ที่
. กาย ( กายกรรม = การกระทำด้วยมือ เท้า และอวัยวะอื่น ๆ )
. วาจา ( วจีกรรม = คำพูด ) และ
. ใจ ( มโนกรรม = ความคิด )
. ผลของกรรมดี คือ
.บุญ และกุศล เทียบสุขแบบสงบ ร่มเย็นทางใจ มีหลั่งสารสุข (เอ็นโดร์ฟีล) ทั่วทางกาย สุขภาพแข็งแรง ใช้ความรู้ ความสามารถในทางที่ถูกที่ควร เป็นประโยขน์สุขแก่ชาวโลก โดยไม่เบียดเบียน เอารัดเอาเปรียบ ฉ้อฉล ทุจริต ฉ้อราษฎร์ บังหลวง เบียดบัง โลภมาก ฯลฯ ทั้งตนเอง ญาติ และบริวาร ฯลฯ
. ส่วนผลของกรรมเลว คือ
.บาป ทุกข์ จะตรงข้ามกับ บุญ กุศล
.ผลกรรม จะมาก น้อย ช้า เร็วบ้าง ตามชนิด ปริมาณ ของกรรมเมื่อหักลบกันแล้ว

. ธรรมชาติ = ธรรม+ชาติ ความพอดี ครบพอดี จึงเกิด และเมื่อเกิด จะมีการปรับให้พอดี และรักษาความพอดีนั้นไว้ ธรรมชาติ จึงอยู่ได้นาน เกิน 4,000 ล้านปีมาแล้ว
. ยุติธรรม = หยุด ที่ความพอดี ตกลงกันที่ความพอดี เป็นกลาง เป็นธรรม
. คุณธรรม = ความพอดีที่มีคุณค่า คุณประโยขน์ ทั้งผู้ให้และผู้รับ
. วัฒนธรรม = คงความดีให้เจริญขึ้น พยายามรักษาให้คงไว้ ปรับปรุงให้ความพอดีนั้น ดีขึ้น หรือดำรงค์ความพอดีนั้นให้ยาวนานที่สุด
. ธรรมกลาย = นำศรัทธา ของพระพุทธศาสนา อันเป็น
ทรัพย์สินทางปัญญาของพระพุทธเจ้า มาตัดทอน ดัดแปลง แต่งเติม เพื่อหลอกลวงทรัพย์ ของผู้ที่อ่อนด้อยทางปัญญา ความรู้ ความคิด ( หลอกพวกบ้าบุญ ) ด้วยวิธีการ
.พิธีกรรม
.อกุศโลบายต่าง ๆ ลวงให้เข้าใจว่า
.บุญ หรือความสุข สงบ เป็นผลจากการทำดี นั้น มีขาย ซื้อ แลก ได้ด้วยเงิน ที่ดิน ทรัพย์สินต่าง ๆ ยิ่งจ่ายมาก ยิ่งได้บุญมาก ทำนองนี้ หากเราพอมีความรู้ ธรรมมะขั้นพื้นฐาน อยู่บ้าง เราจะรู้ทันที่ว่า เป็น
.ก๊วนทำลายศาสนาทั้งสิ้น ล้วนจัดเป็น
.อธรรม (ไม่ใช่ธรรม) เราจึงควรช่วยกันต่อต้าน ไม่เข้าไปมีร่วมหารผลของบาปกรรมนั้น

. พอเพียง คือ การจัดหา รวบรวม หรือนำทรัพยากร ที่มีอยู่แล้ว เช่นที่ดิน แหล่งน้ำ พืช สัตว์ เครื่องมือ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ความขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด พัฒนา ฯลฯ มาผสมผสาน ลงมือทำให้ สอดคล้องเหมาะสม กับบุคคล สิ่งแวดล้อม ฯลฯ ก็จะมีกิน มีใช้ได้อย่าง พอเพียง หากส่วนที่เกินพอ จะนำไปขาย ก็ได้ทั้งบุญ ได้ทั้งเงิน ( ไม่ใช่ 30 50 ไร่ อย่างเดียว ) ไม่มีที่ดินก็ใช้ทฤษฎีพระราชทานนี้ได้ เหมาะกับทุกสาขา อาชีพ ทุกเพศ ทุกวัย ทุกกาลสมัย
.เพียงรู้จักพอ ก็เป็นสุข ไม่รู้จักพอ ก็ต้องทุกข์ตลอดไป

. มีผล เพราะมีต้น ให้มีสติ ใช้ปัญญา เรียนรู้ หาสาเหตุ วิธีแก้ไข ปัญหาที่ต้นเหตุ
. ทุกข์ เกิดจาก กิเลส รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ก่อให้เกิด
. ตันหา
. ภวตันหา คือ อยากได้ อยากมี อยากเป็น
. วิภวตันหา คืออยากไม่ให้ได้ อยากไม่ให้มี อยากไม่ให้เป็น ( ส่วนที่ใจไม่ชอบ เช่นโรค ภัย เจ็บปวด คุกตารางฯลฯ )
เมื่อความอยากได้ เอาแต่ได้ และความอยากไม่ อยากไม่ขัดใจนายใหญ่ นายหญิง ผู้เคยเกื้อกูล ฯลฯ จึงทำให้เเปลี่ยนจาก
. รัก ( รักแท้ +เมตตา ) คือการให้ การเสียสละ เป็นหวังแต่จะรับ จะเอามากกว่าให้ เรียกว่า
. โลภ ( รัก+ใคร่ คือชอบ และอยากได้ไว้ ครอบครอง เป็นเจ้าของ เช่นคู่ครอง ทรัพย์สิน เงิน ทอง อำนาจ ยศ ศักดิ์ ฯลฯ ) ถ้าไม่ได้ดังต้องการ มีคนโน้น คนนี้ คอยตรวจสอบ ขัดขวาง การโลภนั้น จึง
. โกรธ เมื่อโกรธ สารทุกข์ ( สารอดีนาลีน ) หลั่ง ทุกระบบทั่วร่างกายทำงาน ทำงานผิดพลาดหมด หน้าดำ คร่ำเครียด
ร้อนรุ่มใจ หาทางออก อำนาจเดิม เงินเท่าเดิมไม่พอ ต้องเสาะแสวงหาเพิ่ม เหมือนเด็กติดเกมส์ ต้องเอาชนะให้ได้ แค่โกรธอย่างเดียว ก็เทียบนรกด่านแรกแล้ว ต่อไปจึง
. หลง คือการขาดสติ มาควบคุมการใช้ปัญญา แม้ปัญหาเพียงเล็กน้อย หากหลง ทางความคิด ตั้งต้นผิด ไม่รู้ ไม่เข้าใจ ไม่ฟังใคร จะไปอุบล แต่ไปไปโผล่ที่เชียงใหม่ หรือไหลไปนราธิวาส ไกลคนละทิศ แม้จะกลับไปที่เดิม ยังไปไม่ถูก

. วิธีแก้ไข ดู "ขั้นตอนการปฏิบัติพุทธธรรม" ย้อนขึ้นลงทีละ 1 ขั้น แต่มิใช่ไปหลงอยู่ในขั้นสมาธิ อย่างเดียว จนขาดสติ ไร้ปัญญา ซึ่งมีผู้คนถูกหลอก เสียหายไม่รู้ตัว มากมายคณานับ หลายรอยปีมาแล้ว กำลังถูกหลอกอยู่ในปัจจุบัน และจะต้องถูกหลอกไปอีกนาน เพราะเชื่อผู้นำที่ขาดธรรม ทั้งความรู้ และการปฏิบัติ
. วิธีรักษาง่าย ๆ แก้ไข ใช้ ยา พรหมวิหาร 4
. ส่วนใหญ่ ใช้ข้อ
.เมตตา (ศาสนาคริสต์ เรียกว่า ความรัก) ข้อเดียวให้ถูกปริมาณ เวลา ( พอดี ) ก็รักษาได้ ทั้ง 4 อาการ (รัก โลภ โกรธ หลง ) แล้ว คือ
. เมตตา คือการให้ แบบนามธรรม มักมองไม่ค่อยเห็น เช่นให้ความรัก ให้อภัย ให้โอกาส หากใช้เมตตาเป็นแล้ว จะไม่ทำผิดศีลทั้ง 5 ข้อ หรือแถม วิตามินเสริม
. กรุณา ช่วยเหลือ เกื้อกูล เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นรูปธรรม เช่นทรัพย์สิน สิ่งของ เงินทอง ฯลฯ
แต่ไม่มีใครต้องทุกข์ร้อน จากการให้ หรือการรับนั้น ๆ
. มุทิตา ยินดีกับผู้สำเร็จทางดี เห็นใจผู้ที่ อ่อนแอ ด้อยโอกาส ขาดพลัง พ่ายแพ้ สูญเสีย กลัว หลง( เพราะไม่รู้ เป็นส่วนใหญ่ )
แต่หากให้ยาไปแล้ว ยังไม่สนใจจะดู จะกิน หรือกินบางส่วน บางเวลา ย่อมไม่ได้ผล ข้อที่เหลือ คือ
. อุเบกขา คือการทำตัวเป็นกลาง ไม่ยัดเยียดกรรมดีให้เพิ่ม ( อบอุ่นมากไป ก็ร้อน ไม่พอดี ) ส่งไปไม่มีคนรับ เปลืองพลังเปล่า ๆ (เหมือนโทรทัศน์บางช่อง คนไม่เปิดดูแล้ว) แต่ยังคงต้อง
.ยึดมั่นทำในทางที่ดี ( สัมมาทิฐิ ) ต่อไปไม่
ประชดประชัน ฑุดจาเยาะเย้ย เสียดสี หรือทำสิ่งเลวร้ายเพิ่ม (มิจฉาทิฐิ) ซึ่งก่อให้เกิดกรรมติดลบได้

. ทุกข์หนักสุดของมนุษย์ คือ เจ็บไข้ป่วย ทางกาย ( การไม่มีโรคเป็นโชคอย่างยิ่ง )
. ทุกข์ทางใจ คือการเป็นหนี้ จะเป็นหนี้กรรม หนี้เงิน ฯลฯ ( การไม่มีหนี้ เป็นดีที่สุด )

. เป้าหมายปฏิบัติธรรม สำหรับชาวบ้าน ( ฆราวาส สุขแบบชาวโลก โลกียะสุข ) คือ เอาทุกข์ทิ้งไป เอาสุขมาใส่แทน
. เครื่องมือใช้ปฏิบัติธรรม คือ 5 ข้อห้าม 38 ข้อให้
. ศีล 5 และมงคลชีวิต 38 ข้อ ( 1. ไม่คบคนพาล 2. ให้คบคนดี ฯลฯ ถ้าเอามงคลไปใส่วัตถุหมด จะได้วัตถุมงคล แต่ชีวิตจะไร้มงคล )
. ขั้นการปฏิบัติธรรมที่สำคัญ ก่อนการสร้างกรรมต่างๆ ( คิด พูด ลงมือทำ ) คือ
.สว่าง สอาด สงบ สมาธิ สติ ปัญญา เรียนรู้ ( ฟัง อ่าน ถาม เขียน คิด ) สร้างทางเลือก ตัดสินใจ ลงมือทำ วิเคราะห์ แก้ไข วิจัย พัฒนา
โดยมีหลักธรรม (ความดี) เป็นแนวทาง และหลักชัยของชีวิต
.สว่าง คือเห็นชัดเจน ไม่คลุมเครือ
.สอาด เป็นระเบียบทั้งสถานที่ สิ่งแวดล้อม จิตใจ
.สงบ คือ สงบที่ใจ หรือ สิ่งแวดล้อมที่สงบ จะช่วยให้ใจสงบง่ายขึ้น
.สติ ( การรู้ตัว ) ใช้เพื่อควบคุมอารมณ์ จากตันหา คือความอยาก และความกลัว ให้มีน้อยสุด ให้เกิดการใช้
.ปัญญา ( ความคิด นึกข้อมูลเดิมจากที่เคยจำไว้ มาประมวลเพิ่ม ) แต่ต้องตามด้วย
.หลักพุทธธรรม รู้ แยกแยะถูก ผิด ชั่วดี เลือกวิธีที่ดีที่สุดเป็น
กรรมที่จะเกิดขึ้น จากธรรมมะปัญญา จะก่อให้เกิด
ผลบุญ กุศล สั่งสมเป็น บารมี ให้ลูกหลาน บริวาร ที่ปฏิบัติดี ได้เบิกใช้บารมีได้ ตามควร เมื่อบุตรที่เคย
.บวชเรียน (สมัยโบราณไม่มีโรงเรียน ครู อาจารย์) แยก บาป บุญ คุณ โทษได้ พ่อแม่ จึงหมดห่วง มีแต่ความสุขใจ เสมือนได้
.ขึ้นสวรรค์
.ธรรมมะปัญญา จึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จำเป็นต้องใช้คู่กับสติ เพื่อให้รู้ตัวอยู่ตอดเวลา ว่า สิ่งที่คิด พูด ทำ จะก่อให้ ตนเอง หรือผู้อื่น ทุกข์ เดือดร้อน กาย ใจ หรือไม่
เป็นการให้ (ทาน เมตตา) หรือเป็นการเอา (โลภ) ทำให้ ผู้อื่น ตลอดจนสรรพสัตว์ อยู่ดี มีสุขเพียงไร และกรรม(การกระทำ) ต่าง ๆ มีส่วนผสมของศีลธรรม มากน้อยเพียงไร
.ขั้นอนุบาล ต้องมี รูป ภาพ อุปกรณ์ พิธีกรรม กุศโลบาย ( อุบาย+กุศล ) นิทาน มากหน่อย ( แต่ระวังอย่าเพลินกับอุปกรณ์ มากเกินไป อย่าให้ความอยากทำทาง )
ถ้าถึง
.ขั้นอุดม ( มหาวิทยาลัย ) มักไม่ได้ใช้พิธีกรรม อุปกรณ์เสริม ฯลฯ มากนัก

. ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ต่อสิ่งแวดล้อม อย่าให้ค่าของมูล ( มูลค่า ) มากกว่า ค่าของคุณ( คุณค่า คุณประโยชน์ )
.
. พุทธะ คือผู้รู้
. พระธรรม คือความรู้ที่พระพุทธเจ้า ทรงสละความสุขทางโลกทุกสิ่ง ทุ่มเทแรงใจ แรงกาย เพื่อนำความรู้ที่พระองค์ทรงค้นพบ อันเป็นสัจธรรม (ความดีที่เป็นจริง) นั้น ให้มนุษย์ทุกคนในโลก ได้เรียนรู้ นำมาปฏิบัติ ก็จะลดทุกข์ ให้ห่างคุก ภัย โรค ฯลฯ

. นิพพาน คือตาย สิ้นสุด จบ ( กิเลส ต้นเหตุปัญหาหมดไป ) การปฏิบัติธรรมต่อเนื่อง เป้าหมายคือการป้องกัน-กำจัด กิเลสใหม่ และตันหาเก่า ให้ละ ลด และเลิกได้ทั้งหมด เท่ากับตัดตอน ตัดวงจร( เกิดขึ้น ดำเนินอยู่ จบลง ของกรรมเลวต่าง ๆ ) ทิ้งไป เมื่อหมดต้นเหตุ ความอยากต่าง ๆ หมดสิ้น ไม่เหลือแม้แต่ความอยากได้นิพพาน นั่นแหละ จึงได้นิพพาน โดยไม่ยินดี ไม่รู้สึกว่าได้แล้ว
.นิพพาน จึงเป็นความสุขแบบไร้สุข ไร้ทุกข์ ไม่ต้องพึ่งพาวัตถุ สิ่งของใด ๆ สุขแบบ ว่าง โล่ง โปร่ง สงบ เย็น เบา เป็น
.โลกุตะระสุข ( สุขเหนือโลกีย์ ) เป็นเป้าหมาย สูงสุดของ
.ชาววัด ( พระสงฆ์ ) (ส่วนใหญ่เข้าใจผิด ปฏิบัติธรรมเพราะ ต้องการ (อยาก) นิพพาน จึงไม่เคยได้ แม้สักราย)

. หากทุกคน มีความรู้ ใข้สติ ปัญญา คิดแยกถูกผิดได้ เลือกเป็น แก้ปัญหาได้ ไม่ใช้มิจฉาทิฐิ( ความดื้อรั้นในความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง ) จะทำให้เกิดสันติสุขได้อย่างถาวร
. ข่าวอาชญากรรม ทั้งหมด ปล้น จี้ ตี ชิง ข่มขืน ฆ่า วางเพลิง การพนัน ยาเสพติด ทุจริต คดโกง ลวงทรัพย์ บ้าและเหลิงอำนาจ ฯลฯ รวมถึงเรื่องอัปมงคล ต่าง ๆ ล้วนเกิด จากโรค
.ขาดธรรมะ ทั้งสิ้น
.
. เป้าหมาย ธรรมมะ ของทุกศาสนา มีจุดหมายคล้าย ๆ กัน คือให้ทำดี อย่างต่อเนื่อง แตกต่างที่ขั้นตอน พิธีกรรม ที่ทำให้มีสติ รู้ และใช้ปัญญา ทำในสิ่งดี ๆ ให้เกิดประโยชน์สุข ต่อ ตนเอง และมวลมนุษย์ชาติ และสรรพสัตว์ ของโลก เพื่อสันติภาพ สันติสุข ที่แท้จริง ตลอดไป

. ถ้าไม่รีบวิเคราะห์หาสาเหตุแห่งโรคให้เจอ และรีบรักษาให้ทันเวลา โดยความร่วมมือของทุกฝ่าย เมื่อหลายโรคแทรก รุมเร้า ยากที่จะเยียวยารักษา ถึงเวลานั้น อัจฉริยะหมอสุดยอด เก่งกาจเพียงไร ก็ยากที่จะรักษาให้รอดได้

0 Comments:

Post a Comment

<< Home