Monday, November 14, 2005

ตะลุยบางกอก ภาคแรก

ขณะเตรียมความพร้อม จัดข้าวจัดของเพื่อเดินทางไปกรุงเทพฯ รอเวลาให้เข็มนาฬิกาชี้ไปที่เวลา 23:00 เมื่อถึงเวลาก็ให้น้องชายไปส่งทีสถานีรถปรับอากาศ จ.ขอนแก่น เพื่อที่จะรอขึ้นรถทัวร์ นครชัยแอร์ เวลา 23:50 ขณะนั่งรอเวลาอยู่นั้นได้เหลือบไปเห็นชาวเกาหลีคนหนึ่ง (ซึ่งตอนนั้นไม่คิดว่าจะได้นั่งติดกัน ) มานั่งรอรถกับเพื่อนชาวไทย (ใครก็ไม่รู้) แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร

เมื่อถึงเวลาขึ้นรถ อะจ๊ากกกก... คนเกาหลีคนนั้นมานั่งใกล้กัน เราจะทำอย่างไรเนี้ย English ก็พูดไม่ค่อยคล่อง เกาหลีเนี้ยยิ่งตายสนิท นั่งนิ่งอยู่พักใหญ่ ก็เลยลองทักทายดูเป็นภาษาปะกิต แต่แล้วโชคก็เข้าข้าง เค้าพูดภาษาไทยได้ด้วยแฮะ ก็เลยคุยกันสักสองสามประโยค

ผม -> "สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จัก"
ชาวเกาหลี -> "สวัสดีครับ" (สำเนียงแปลก ๆ)
ผม -> "ยินดีที่ได้รู้จักคับ"

แล้วผมก็เลยบอกเค้าไปว่า
ผม -> "พูดภาษาไทยชัดจังเลย"ชาวเกาหลี -> "ได้นิดโหน่ย แต่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง"

อ่าวเหงื่อก็เริ่มแตกสิครับ "ได้นิดโหน่ย แต่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง" (โชคเริ่มไม่เข้าข้างซะแล้ว) หลังจากนั้นก็ได้คุยแต่ภาษาปะกิต เลย ผมก็ฟุต ฟิต ฟอ ไฟไปตามประสา ก็เลยได้ใจความมาว่าเค้ามาทำธุระที่ขอนแก่น ทำงานอยู่ที่ กทม. เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ (เค้าพูดภาษาอังกฤษคล่องมากเลย) เราก็เลยบอกเค้าไปว่าเราจะไปหาอพาร์ทเมนต์ที่ กทม. เพราะเดือนหน้าจะไปทำงาน เค้าก็เลยแนะนำว่าที่แถวรัชดามีที่พักอยู่ ซึ่งเค้าก็พักแถวนั้น คุยกันได้สักพักรถทัวร์ก็ปิดไฟ นั่งเล่นไปเล่นมาก็เผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้...

พอตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเพลงที่เปิดในรถ มองออกไปนอกหน้าต่างสังเกตเห็น Future รังสิต ก็เลยรู้ว่าตอนนี้เราอยู่ กทม. แล้วนะ หลังจากนั้นนั่งสักพักบริกรบนรถก็เปิดเสียง "ติ๊งหน่อง" แล้วก็ท่องบรรยายตามบทพูดของบริษัท หลังจากนั้นไม่นานรถทัวร์ก็ได้เดินทางไปถึงสถานีหมอชิต ซึ่งพอลงจากรถแล้วก็ว่าจะแวะไปหาเพื่อนที่ อนุสาวรีย์ไชย เลยคิดดูว่าจะไปยังไง ให้เสียค่าเดินทางน้อยที่สุด เดินไปสักพัก เห็นวินมอไซต์ เขียนว่า 30 บาทไป BTS เห็นว่าไม่คุ้ม ไป BTS (แค่เนี้ยเสียตั้ง 30 บาท ) ก็เลยลองเดินไปสักแป๊บ เห็นป้ายบอกทางไปขึ้นรถเมล์ ก็เลยเดินไปตามทางไป
เรื่อย ๆ แล้วก็ได้ขึ้นรถเมล์ 20 บาทถึงอนุสาวรีย์เลย

พอถึงที่พักก็อาบน้ำแต่งตัว ซึ่งขณะนั้นก็เกือบ ๆ 2 โมงเช้าแล้ว พอทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยก็เลยออกเดินทางไปหาที่พัก สถานที่แรกที่ไปก็ไปดูแถว ถ.เพชรบุรี ที่อยู่แถวราชเทวี เดินไปเดินมาจนเหงื่อแตกโซก ได้มาคำตอบเดียวคือ "เต็มแล้วครับ/ค่ะ" ชักหงุดหงิดแฮะ เดินไปเดินมาก็ไม่ได้ซักที จนเดินมาถึงสยาม ก็เลยตัดสินใจไปดู Office ก่อนละกัน ก็เลยขึ้นรถไฟฟ้าไปลงสีลมแล้วก็ถาม ๆ เค้าว่าตึก "อื้อจื่อเหลียง" ไปทางไหน ก็เดินหาดูซักพัก ก็พบ Office จนได้ พอพบแล้วก็ลองกะดูว่าจาก BTS ถึง Office นั้นไกลแค่ไหน ก็ลองกะ ๆ ดูได้ประมาณ 500 m

หลังจากนั้นก็ไปหาหอพักแถวรัชดาซอย 3 ก็หาอยู่ที่สองที่ก็ยังไมถูกใจ พอดีหอแรกที่เข้าไปถาม มันอยู่ตรงบันได ก็เลยคิดว่าไม่น่าจะดีเพราะมันเสียงดัง เลยเดินหาดูอีกซักพัก ก็ยังได้คำตอบเดียวกันว่า "เต็มแล้วครับ/ค่ะ" เฮ้อ ชักไม่ไหวแฮะ หอเต็มหมดเลย เนี้ยก็ฝนใกล้ตกแล้ว เอางี้ละกัน ก็เลยคิดว่ากลับหอก่อนดีกว่ารอให้ฝนหยุดแล้วออกมาหาใหม่แล้วกัน

พอฝนเริ่มหยุดก็เลยลองออกมาหาหอแถวถนนรางน้ำ ซึ่งถนนนั้นมีประมาณ 10 กว่าแห่งแต่ก็เต็มเกือบหมด เจอหอสุดท้ายสอบถามดูเห็นว่างอยู่ห้องหนึ่ง 4900 บาท/เดือน ห้องใหญ่พอสมควร จึงขอนามบัตร เอาไปตัดสินใจอยู่คืนหนึ่ง เพราะเทียบ ๆ แล้วรู้สึกแพงมากถ้าเทียบกับขอนแก่น แล้วก็เลยเดินไปหาหอในซอยแถวสนามเป้า ก็ยังไม่เจอหัองว่างซักที จากนั้นก็พาเพื่อนไปทานข้าวแล้วกลับที่พัก พรุ่งนี้เช้าค่อยหาใหม่ แต่หาไปทั้งวันปวดขาหมด เจออยู่หอเดียวชักท้อ ๆ แล้วสิ ทำไม กทม. คนอยู่เยอะจังน๊อ ...

0 Comments:

Post a Comment

<< Home