Monday, November 14, 2005

ตะลุยบางกอก ภาคจบ

ตื่นมาในตอนเช้า รู้สึกว่าตัวเองขยับตัวไม่ค่อยได้ เนื่องจากเมื่อวานเดินมากเกินไป (ร่วม ๆ 10 กม.) หลังจากนั้นก็ไปอาบน้ำ ทำธุระส่วนตัว จากนั้นก็เลยว่าจะนั่งอ่านหนังสือสักพัก ไป ๆ มา ๆ ก็เผลอหลับจนกระทั่งเที่ยง อาเอ้โทรมาบอกว่าจะพาไปดูหอ เลยออกไปหาอาเอ้ แล้วก็เลยนั่งรถไปเรื่อย ๆ

ระหว่างทางอาเอ้บอกว่าลองโทรไปหา Bug เราก็นึกว่าอะไรน๊อคือ Bug อาเอ้บอกว่า Bug เป็นศูนย์ข้อมูลทางโทรศัพท์ โทรถามอะไรก็ได้ เสียนาทีละ 6 บาทผมเลยลองกดดูที่หมายเลข 1113 รอสายสักพักก็มีสาวเสียงใสรับโทรศัพท์แล้วก็ถามว่าเราต้องการทราบข้อมูลอะไร ผมก็เลยบอกไปว่าอยากรู้เบอร์อพาร์ทเมนต์แถว ๆ คลองเตยกับสาธรครับ เค้าก็งงแป๊บนึง แล้วก็บอกว่า "กรุณาถือสายรอสักครู่นะคะ" สักพักหนึ่งเค้าก็ยกสายแล้วบอกว่า "ขอโทษนะคะที่ให้รอนาน" จากนั้นก็บอกหมายเลขอพาร์ตเมนท์พร้อมกับชื่ออพาร์ตเมนท์นั้น ได้สักสองสามที่ ก็เลยลองโทรถามดู ก็ไม่มีห้องเหลือเหมือนเดิม ถ้ามีก็เป็นห้องพัดลมซึ่งผมไม่ต้องการ อยู่ กทม. ร้อนมาก จะหาห้องพัดลมได้ยังไง

ระหว่างนั้นนึกขึ้นได้ว่า Bug โทรถามอะไรก็ได้ หาอะไรก็ได้งั้นหรือ ถ้าอย่างนั้น Bug หาแฟนได้หรือเปล่า ก็เลยถามอาเอ้ดู ก็หัวเราะกันยกใหญ่ กับมุขเดา ๆ ของผม ขณะนั่งรถก็ได้ผ่านถนนหลายสาย แล้วก็มาถึงถนนอังรีดูนัง ซึ่งตอนแรกผมเรียกผิดเป็น "อุรีดูนัง" สับสนกับ "อูราอูตัง" ฮะ ๆ บ้าจิง ๆ นั่นมันชื่อลิงไม่ใช่เหรอ ก็ขำ ๆ อีก เฮ้อท่าจะบ้าแฮะเรา หัวเราะได้ทั้งวัน

พอรถมาถึงสยาม นึกขึ้นได้ว่าแถว ๆ จุฬาน่าจะมีหอพักอยู่ ในใจนึกอยู่ ถ้าได้อยู่แถว ๆ นี้จะได้ดูสาว ๆ น่ารัก ๆ เป็นแน่แท้ ขับรถวนแถว ถ.บรรทัดทองอยู่นาน ไปเห็นโครงการ U-Center คล้าย ๆ กับของขอนแก่นเรานี่แหละ เป็นร้านเสื้อผ้า ร้านนม แล้วก็มีหอพักอยู่ชั้นสอง คิดว่าจะเช่าได้ แต่พอไปถามที่ Office เค้าก็บอกว่าเฉพาะนิสิตจุฬาคร้าบบบบบ ก็เลยหน้าแตกออกมา จากนั้นจึงตัดสินใจกลับไปหอที่ดูไว้เมื่อวานนี้ โดยฉงนค่าเช่าอยู่ที่ 4900 B/M ซึ่งนับว่าแพงพอสมควร แต่ที่ถาม ๆ มาไม่ห้องเต็ม ก็ราคาพอๆ กัน แต่อาจจะเล็กกว่าด้วย ดังนั้นจึงตกลงว่าจะเช่าโดยวางเงินมัดจำไว้ 1000 B แล้วบอกเค้าว่าจะมาอยู่ปลายเดือนนี้ ซึ่งหอนี้ก็ดีอยู่ใกล้ BTS มากประมาณ 300 เมตร แล้วก็อยู่ติดกับโรงหนังเปิดใหม่ แต่จำชื่อไม่ได้ (ไว้จำได้จะมาบอกละกัน)

จากนั้นก็ให้อาเอ้ไปส่งที่มาบุญครองซึ่งนัดเพื่อนไว้เวลา 4 โมงเย็น พอถึงที่สยามแล้ว ก็บอกขอบคุณอาเอ้แล้วบอกว่าไว้เจอกันใหม่คร้าบเดือนหน้า ฝนตกปรอย ๆ ในตอนนั้น ผมก็เลยจ้ำเดินๆ ไปขึ้นสะพานลอยที่ข้ามไปมาบุญครอง แล้วเหลือบไปมองนาฬิกาดูยังไม่ถึงเวลานัด ก็เลยไปเดินเล่นใน MBK แล้วก็ได้เสื้อมา 4 (ตัวเสื้อโปโล 2 ตัวกับเสื้อยืดคอกลมอีก 2 ตัว) ไม่ได้ซื้อนานเลยซื้อซะเยอะเลย

หลังจากนั้นก็ถึงเวลานัด เลยไปหาที่นั่งคุยกันซักหน่อย ตอนแรกว่าจะไปนั่งชิม Star Buck Coffee แต่พอไปถึงร้านคนเต็มเลยเปลี่ยนไปนั่งดื่มกาแฟที่ร้าน Coffee World แทน ซึ่งชงไม่ค่อยเข้มข้นมากนัก สู้กาแฟคณะมนุษย์ มข.มะได้ ราคาก็แพงตั้ง 60 บาท กินได้สักครึ่งชั่วโมงไม่รู้จะทำอะไรก็เลยไปดูหนังกัน

ไปถึงหน้าโรงหนังก็ดูโปรแกรมหนังว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งก็มีหลายเรื่อง ดูเกือบหมดแล้ว เลยตกลงกันไปดูหนัง Animation เรื่อง Corpse Bride ชื่อไทยว่าเจ้าสาวศพสวย หลังจากนั้นก็ซื้อตั๋ว พอซื้อตั๋วเสร็จก็ไปยืนรอหน้าโรงหนังได้สัก 10 นาทีแล้วพอถึงเวลาก็เข้าโรง (จอใหญ่กว่าขอนแก่นเยอะ) หลังจากดูหนังจบแล้ว ก็คิดว่าเรื่องนี้ภาพสวยดี แต่เนื้อเรื่องธรรมดา แต่โรงหนัง MBK ในเครือ SF เนี้ย ทำดีจริง ๆ ไม่มีเสียงหายหรือภาพขาดเหมือนโรงหนังที่ Fariy ขอนแก่นเลย

ดูหนังจบแล้ว ก็เลยไปหาข้าวกินกันที่ก๋วยเตี๋ยวท่าสยาม ก็เลยลองสั่งข้าวผัดกระเทียมหมูย่างมา (เหอ ๆ ไปร้านก๋วยเตี๋ยวแต่สั่งข้าวผัดซะงั้น) ก็อร่อยดีแต่เสียดายแพงไปหน่อยจานละ 59 บาท ทานไปสักพักเหลือบไปมองนาฬิกาพบว่าใกล้จะหนึ่งทุ่มแล้ว ซึ่งเราต้องไปขึ้นรถที่ศูนย์นครชัยแอร์ตอน 20:30 เลยแยกย้ายกับเพื่อนไปขึ้นรถไฟฟ้าแล้วก็ต่อรถ Taxi ไปที่หมอชิต

หลังจากนั้นก็ขึ้นรถแล้วก็ได้ทานข้าวกล่องอีก (อ้วนอีกแล้วเรา) ระหว่างทางรถทัวร์ได้เปิดหนังเรื่อง "มหาวิทยาลัยเหมืองแร่" ให้ดูอีกครั้ง (ครั้งแรกไปดูกับพี่เฉินมา) เรื่องนี้เป็นหนังที่ดีมาก แต่ทำยังไงก็ไม่รู้ขาดทุนจ้อย ได้ดูอีกทีก็สนุกเหมือนเดิม จากนั้นดูหนังจบก็นอนหลับ จนมาถึงขอนแก่น ...

0 Comments:

Post a Comment

<< Home