Thursday, November 03, 2005

VPN คืออะไร

VPN ย่อมาจาก Virtual Private Network เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อเครือข่ายนอกอาคาร (WAN - Wide Area Netwok) ที่กำลังเป็นที่น่าสนใจและเริ่มนำไปใช้ในหน่วยงานที่มีหลายสาขา หรือ มีสำนักงานกระจัดกระจายอยู่ในหลายภูมิภาค ในระบบ VPN การเชื่อมต่อระหว่างสำนักงานโดยใช้เครือข่าย อินเตอร์เนต แทนการต่อเชื่อมด้วย Leased line หรือ Frame Relay










PN : Private network คือเครือข่ายภายในของแต่ละบริษัท (Public Network คือเครือข่าย สาธารณะเช่น Internet) Private network เกิดจากการที่บริษัทต้องการเชื่อมเครืข่ายของแต่ละสาขา สำนักงาน เข้าด้วยกัน (กรณีพวกที่เชื่อมต่อด้วย TCP / IP เลขที่ IP ก็จะกำหนดเป็น 10.xxx.xxx.xxx หรือ 192.168.xxx.xxx หรือ 172.16.xxx.xxx) ในสมัยก่อนจะทำการเชื่อมต่อด้วย leased line หลังจากที่เกิดการเติบโตของการใช้งาน Internet และการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง การปรับปรุงในเรื่อง ความเร็วของการเชื่อมต่อ ทำให้เกิดแนวคิดในการแทนที่ leased line หรือ Frame Relay ซึ่งมีราคาแพงด้วย Internet ที่มีราคาถูกกว่า แล้วตั้งชื่อ Virtual Private Network

โดย VPN แบ่งตามวิธีการใช้งานได้ 2 ลักษณะใหญ่ ๆ คือ
1) Remote Access ใช้ในกรณีที่ต้องการใช้งานเครือข่ายภายในองค์กร เมื่ออยู่นอกสถานที่โดยใช้งานผ่านโปรแกรมพวก VPN Client
2) Lan-to-Lan เป็นการประยุกต์ใช้เมื่อเราต้องการเชื่อมเครือข่ายภายใน (Local area) สองตัวขึ้นไป ที่อยู่ในสถานที่ต่าง ๆ กัน ผ่านระบบ Internet ให้เสมือนเครือข่ายทั้งสองเป็นเครือข่ายเดียวกัน โดยเครือข่ายทั้งสองจะต้องมี Server ที่ทำการเชื่อมต่อกับ Public internet และมีการติดตั้งโปรแกรม VPN Server/Gateway

โปรโตคอลของ VPN (VPN Protocol) ได้แก่
1) Point - to - Point Tunneling Protocol (PPTP) : เป็นเสปกที่พัฒนาขึ้นโดยไมโครซอฟท์ โดยเป็นโปรโตคอลที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์
2) Layer Two Tunneling Protocol (L2TP) : พัฒนาขึ้นโดย CISCO ผู้ผลิตอุปกรณ์เนตเวอร์ครายใหญ่Internet Protocol Security (IPsec) เป็นกลุ่มของโปรโตคอลหลายโปรโตคอล
3) IPsec สามารถใช้เป็น VPN protocol เองได้ หรือสามารถทำงานเป็นส่วนหนึ่งของโปรโตคอลอื่น เช่น PPTPL2TP ในเรื่องการเข้ารหัสข้อมูล

ข้อดีของ VPN
1) ลดค่าใช้จ่ายจากการศึกษาของ IDC พบว่า VPN สามารถลดค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อแบบ WAN ได้ราว 40 %
2) ความยืดหยุ่นสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีการทำ Remote Access ให้ผู้ใช้ติดต่อเข้ามาใช้งานเครือข่าย จากนอกสถานที่

ข้อเสียของ VPN
1) VPN ทำงานอยู่บน Internet ซึ่งความเร็ว และการเข้าถึง และคุณภาพ (speed and access) เป็นเรื่องเหนือการควบคุมของผู้ดูแลเครือข่าย 2) VPN technologies ต่างกันตามผู้ขายแต่ละรายยังไม่มีมาตรฐานที่ใช้ร่วมกันอย่างแพร่หลายมากนัก ต้องมีการพัฒนาเพื่อรองรับโปรโตคอลอื่นนอกจากโปรโตคอลที่อยู่บนพื้นฐานของ IP

0 Comments:

Post a Comment

<< Home