Wednesday, December 28, 2005

งานรับปริญญา ณ ม.ขอนแก่น

เมื่อ สัปดาห์ที่แล้ว กลับไปรับปริญญาที่ ม.ขอนแก่น เดินทางไปถึงขอนแก่นวันอาทิตย์ค่ำ ๆ ก็ได้เริ่มเลี้ยงเพื่อนฝูงประเดิมวันแรกเลย หลังจากนั้นก็ซ้อมทั้งหมด 3 วัน รับจริง 1 วัน และมีงานเลี้ยงทั้งหมด 6 คืน

คืนแรกก็เลี้ยงเพื่อนอย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว
คืนที่สองก็พาพี่หน่อยไปเลี้ยงข้าวที่ร้าน ParadiseX
คืนที่สามก็มีงานเลี้ยงที่ภาควิชา เลิกประมาณตี 2
คืนที่สี่ก็เลี้ยงสายที่ร้าน Light House
คืนที่ห้าก็ไปทานข้าวกับพวกญาติ ๆ ที่ร้านทองการ์เด้น
และคืนสุดท้ายก็พาน้องโฟมไปเลี้ยง เนื่องในโอกาสที่โฟมถ่ายรูปให้

ทั้งเลี้ยง ทั้งซ้อม พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้การรับปริญญาหนนี้เหนื่อยมาก ๆ
แต่ก็ไม่เป็นไร ครั้งเดียวในชีวิต ต่อไปก็ต้องทำงานหนักหน่อย เพื่อนอนาคตข้างหน้า

ปล. เอารูปรับปริญญามาโพสท์ไว้เป็นที่ระลึก

ถ่ายกับคุณแม่













มุมเอียง



















น้อง ๆ CoE#12













Boom รวมที่เกียร์เก่า













น้องเบสท์กะมด

Friday, December 16, 2005

วันสุข (ศุกร์) ของคนทำงาน

โย่ ...

ในที่สุดก็ถึงวันศุกร์ หลังจากเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งหมด 5 วัน วันนี้ก็เป็นวันที่ 2 ที่ได้เข้าร่วมทีมพัฒนา Product - RET-AD ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ Money Market & Foreign Exchange (FX) ก็ได้เรียนรู้อะไรไปได้พอสมควรเลยทีเดียว ซึ่ง Document ที่ Developer รุ่นก่อน ๆ ทำไว้ทำได้ดีมาก สมกับได้รับมาตรฐาน CMMI Level 5

พรุ่งนี้ก็เป็นงานวันกีฬาภายในบริษัท (Sport Day) ซึ่งจะมีการแข่งขันกีฬาในตอนกลางวัน และมีงานเลี้ยงในช่วงค่ำ ดังนั้นจึงต้องเลื่อนวันกลับไปรับปริญญาในวันต่อไป ซึ่งก็คือวันอาทิตย์ ซึ่งถ้าถึงบ้านแล้วก็จะเดินทางไปขอนแก่นทันที อาจจะถึงขอนแก่นประมาณ 3-4 ทุ่มของคืนวันอาทิตย์

หวังว่าเพื่อน ๆ และน้อง ๆ คงจะสบายกันดี แล้วเจอกันวันอาทิตย์ วันนี้พอแค่นี้ก่อน ...

Thursday, December 15, 2005

ไปดู King Kong มา

วัน สุดท้ายของการอบรมเรื่อง Product of Reuters ซึ่งมี Class ทั้งหมดสองวัน ซึ่งก็ได้รับความรู้ไปพอสมควร เกี่ยวกับ Product ทั้งหลายของ Reuters

เมื่อถึงเวลาเลิกงาน ก็เลยชวนเพื่อน ๆ ไปดูหนังเรื่อง King Kong ที่ MBK ไปถึงก็เลยไปซื้อตั๋วกันก่อน ปรากฏว่าตั๋วใกล้หมดแล้ว เหลือแต่แถวหน้า ๆ (ติดจอ) แต่ไหน ๆ ก็มาแล้ว ก็เลยซื้อมาดู

เหลือเวลาอีก 1 ชั่วโมงก่อนหนังจะฉาย ก็ไปหาข้าวเย็นกินกันที่ Food Center แล้วก็ไปเดินดูรองเท้าผ้าใบ ที่จะใส่ไปงาน Sport Day ของบริษัทในวันเสาร์นี้ แต่ก็ยังไม่ถูกใจ เลยยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อ

อีก 15 นาทีหนังจะเริ่มฉาย ก็เลยไปนั่งรอหน้าโรง พอถึงเวลาเข้าไปนั่ง ปรากฏว่าที่นั่งใกล้มาก (ใกล้จิง ๆ ) นั่งแหงนคอแถมเอียงอีกต่างหาก แต่ไหน ๆ ก็ซื้อตั๋วมาแล้ว แถมมากับเพื่อนอีก ก็เลยปล่อยเลยตามเลย นั่งดูทั้ง ๆ อย่างนั้น ดูจบ (คอเคล็ดทันที ทันใด) ดูนาฬิกา 23:44 (อะฮ่า หนัง 3 ชม. เลยเหรอเนี้ย)

แต่ขอไม่เล่าเนื้อเรื่องละกันวันนี้ ให้ไปดูกันเอาเองดีกว่า เพราะสนุกจริง ๆ (ในใจให้ 4 ดาวเลย) หลังจากนั้นก็หารถ Taxi กลับที่พัก เพราะไม่มีรถเมล์นั่งแล้ว

ถึงที่พักแล้วก็อาบน้ำ มา up Blog สักพักนึง แล้วก็จะนอนแล้ว เพราะพรุ่งนี้มีสัมภาษณ์เข้าทีมอีกแล้ว ยังไงวันนี้ขอแค่นี้ก่อน ฝันดีกันทุกคนนะ ...

Tuesday, December 13, 2005

ผ่านมาสองอาทิตย์

เผลอแป๊บเดียว ก็ผ่านมาสองสัปดาห์แล้วกับการใช้ชีวิตอยู่ กทม. การปรับตัวก็เป็นไปในทิศทางดีขึ้นเรื่อย ๆ จากที่เคยนอกดึกตื่นสาย แต่ภาวะการทำงานเลยต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปทำงานให้ทัน แต่โชคยังดีที่ออฟฟิสอยู่สีลม เลยสามารถเดินทางโดยรถไฟฟ้าได้ ซึ่งระยะทางจากหอถึงออฟฟิส ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ดังนั้นก็เลยไม่ต้องตื่นเช้ามากนัก

ที่ทำงานก็เจอเพื่อนใหม่ หลากหน้าหลายตา ตอนนี้ก็รวมกันเป็นแก๊งค์เด็กใหม่ ไปไหนมาไหนด้วยกัน เพราะตอนนี้เข้าอบรมของบริษัทเกี่ยวกับเรื่องทั่วไป กฏระเบียบต่าง ๆ ที่ควรปฏิบัติ และความรู้พื้นฐานต่าง ๆ ก่อนการทำงานจริง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน

สรุปแล้วเดือนนี้ (ธันวาคม 2548) ก็ไม่ต้องทำอะไรมากนัก ก็รอผลสัมภาษณ์ว่าจะได้เข้าทำงานอยู่ทีมไหน แต่เท่าที่รู้มา น่าจะได้อยู่กับทีมที่ทำงานเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมบน Unix & Solaris ซึ่งเป็นงานใหม่ที่ผมยังไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ หวังว่าผ่านงานนี้ไปได้ Technical skill เกี่ยวกับ Unix กับ Solaris คงจะเก่งขึ้นมาก

หยุด 3 วันที่ผ่านมา ประสบปัญหาไม่มีที่ไป ไม่รู้จะทำอะไร (ไม่มีทีวีอยู่ห้อง) เลยได้แต่เล่นอินเตอร์เนทกับเช่า VCD มาดู คิดว่าเดือนหน้าเงินเดือนออกคงต้องซื้อทีวีกับเครื่องเล่น DVD สักเครื่อง เผื่อเวลาไม่อยากออกไปไหนจะได้อยู่ห้องไม่เหงา

แต่ 3 วันที่ผ่านมา ก็ไม่ใช่อยู่ห้องเสียทีเดียว ผมได้มีโอกาสไปดูศูนย์การค้าเปิดใหม่ที่ชื่อว่า "Siam Paragon" ซึ่งทุก ๆ คน อาจจะเคยเห็นหรือได้ยินทางทีวี ศูนย์การค้าแห่งนี้ตั้งอยู่ข้าง ๆ Siam Discovery ซึ่งสามารถเดินทางโดยรถไฟฟ้า โดยลงที่สถานีสยาม แล้วให้เดินไปยังทางเดินที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าเพื่อเข้าไปภายในตัวศูนย์การค้า (แต่ว่าวันนี้ไม่มีรูปมาให้ดู เพราะลืมเอากล้องไป สัญญาว่าต่อไปไปเที่ยวไหนจะพกกล้องไปด้วยทุกครั้งครับ)

ข้างใน Siam Paragon นั้นจัดได้โอ่อ่ามาก แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของศูนย์การค้าแห่งนี้ ข้างในจะแบ่งเป็น Zone ต่าง ๆ ตั้งแต่ของเล่นเด็ก เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย แต่ทุกอย่างล้วนราคาแพงมาก เหมาะสำหรับคนกระเป๋าหนัก ๆ ไม่เหมาะกับพวกกระเป๋าเบาอย่างเราเลย นอกเหนือจากการเป็นห้างสรรพสินค้าแล้ว Siam Paragon ยังได้มีส่วนของภิพิธภันฑ์ใต้ทะเล (Siam Ocean World) ซึ่งกินอาณาบริเวณของชั้นใต้ดินทั้งชั้น (เค้าโฆษณากันว่าใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เลย ใหญ่กว่าสิงคโปร์) ซึ่ง Siam Ocean World นี้ ผมคิดว่าน่าจะเป็นจุดขายของศูนย์การค้าแห่งนี้ แต่ว่าผมยังไม่มีโอกาสเข้าไปชม เพราะคิดหนักกับราคาเข้าชมซึ่งต้องจ่าย 450 THB/คน ซึ่งเป็นราคาที่สูงมาก สำหรับคนทำงานอย่างเรา ๆ แต่ว่ายังไงก็อยากดูสักครั้ง ไว้กลับจากงานรับปริญญาก่อนแล้วจะเข้าไปดูแล้วถ่ายรูปมาให้ชมกันนะครับ

พูดถึงงานรับปริญญา นี่ก็ใกล้วันเข้ามาแล้ว (ใกล้จะได้กลับไปเยี่ยมขอนแก่นแล้ว) เงินเดือนเดือนแรกก็ยังไม่ออก ไม่รู้จะเอาเงินไหนไปเลี้ยงน้อง โชคดีที่ยังมีเงินเก็บอยู่นิดหนึ่ง กับน่าจะขอคุณแม่ได้อีกนิด ก็คิดว่าน่าจะมีตังค์พอเลี้ยงน้องในงานนี้แล้ว

กำหนดการในปีนี้ยังไม่ลงตัวเท่าไหร่ (ตอนนี้) พอดีติดงานเลี้ยง Sport Day ของบริษัทด้วย เลยจำเป็นต้องกลับไปขอนแก่นช้าวันหนึ่ง ซึ่งจะเดินทางจาก กทม.ไปสุรินทร์ก่อน ในวันอาทิตย์ที่ 18 นี้ ในตอนกลางวัน ถึงสุรินทร์ก็คงเย็น แล้วก็ขับรถไปขอนแก่นเลย คาดว่าจะถึงขอนแก่นวันอาทิตย์ช่วงค่ำ ๆ คงจะพลาดงานเลี้ยงกีฬาไปอย่างน่าเสียดาย แต่ว่าก็ยังมีงานเลี้ยงที่รอเราอยู่อีก 2 งาน คือ เลี้ยงภาคและเลี้ยงสาย และก็มีเลี้ยงย่อยอีกสองงาน คือกลุ่มเพื่อนสนิทกับ พี่หน่อย

นี่ก็จะตีสองแล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นทำงานแต่เช้า ไว้วันหลังจะมา up ใหม่นะครับ ...

Saturday, December 03, 2005

ชีวิตบางกอก

มาอยู่ กทม. ได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว ยังไม่ได้ update บล็อกเลย วันนี้ก็ได้ฤกษ์มา update ซักที ...

อยู่ กทม. อะไรที่เรียบง่ายดังเช่นอยู่ในขอนแก่นก็ได้เปลี่ยนไป
อยู่ขอนแก่นเคยตื่นสาย ๆ หรือบ่าย แต่พอมาอยู่ กทม. ก็ต้องตื่นแต่เช้า
อยู่ขอนแก่นเคยนั่งรถมอเตอร์ไซต์ถึงที่หมายใช้เวลาไม่กี่นาที แต่พอมาอยู่ กทม. ก็นั่งรถไฟฟ้า ผสมเดือน รถเมล์บ้างนิดหน่อย เป็นครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึง
อาหารการกินก็แพงขึ้นผิดหูผิดตา เคยกินข้าว 25 บาทเต็มจาน แต่พอมาอยู่ กทม. ข้าว 25 บาท ได้นิดเดียว

ในวันแรกที่เข้าไปรอยเตอร์ ก็รู้สึกเกร็งนิด ๆ แต่ไม่ทันไรก็หาย เพราะพี่ ๆ เป็นกันเอง
เข้าไปทำงาน พี่ก็ยังยังไม่ได้ทำอะไร เพราะบริษัทมีจัดอบรม (Boot Camp) สำหรับพนักงานใหม่ เพื่อให้เราเรียนรู้งานก่อน

พอเข้าอบรมก็ได้พบเพื่อนใหม่หลากหลาย ประมาณ 25 คน บ้างก็ทำงานมาแล้วแล้วลาออกมารอยเตอร์ บ้างก็จบปริญญาโทจากเมืองนอกมาหมาด ๆ แล้วก็ยังรวมถึงเด็กจบใหม่อย่างผมอีกประมาณ 5-6 คน ปัญหาอยู่ตรงนี้แหละครับ (เด็กจบใหม่) ภาษาอังกฤษยังไม่คล่อง เห็นพวกจบโทจากเมืองนอกพูดกันปร๋ออายเค้าเลย แต่ไม่เป็นไรของอย่างนี้หัดกันได้ ไม่นานหรอก ...

ทำงานได้เพียงสองวันก็พบกับวันหยุดอีกสามวัน ซึ่งวันนี้ก็เลยได้โอกาสออกไปเที่ยว กทม. เก็บภาพบรรยากาศมาให้ชมกัน

ตอนบ่าย ๆ ก็ออกเดินทางไปสนามหลวง จากอนุสาวรีย์ไชย์ ก็นั่งรถ ปอ. 503 จากนั้นก็ไปลงที่หน้าศาลยุติธรรม แล้วก็ข้ามสนามหลวงไปเดินดูมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ที่นั่นมีกลิ่นอายของความเก่าแก่ สมกับที่เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ของประเทศ (เป็นที่แห่งความทรงจำของเหตุการณ์ 14 ตุลา) ซึ่งก็มีอาคารสถานที่ในสมัยนั้นเหลืออยู่ พอเริ่มเหนื่อยล้าจากการเดิน ก็ไปหาของกินกันริมแม่น้ำเจ้าพระยา หลัง ม.ธรรมศาสตร์

ศาลาพักผ่อน ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์















หอประชุม ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์














จากนั้นก็ได้เดินไปเที่ยวที่วัดพระแก้ว ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กันนั้น วันนี้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากเดินทางมาชม เดินเที่ยวไป เก็บภาพวิวไป แต่วันนี้ได้ภาพที่ไม่สวยงามเท่าที่ควร เพราะมีคนจำนวนมากมาเที่ยว ดังนั้นจึงมีรูปคนติดมาด้วย ต่อจากนั้นก็เดินไปดู ถ.พระอาทิตย์ ก็ได้เห็นสำนักพิมพ์ผู้จัดการ ซึ่งไม่เหมือนสำนักพิมพ์เลย เป็นบ้านอยู่อาศัยโดยทั่วไป

วัดพระแก้ว กรุงเทพฯ















ประตูพิมานไชยศรี ณ วัดพระแก้ว



















แล้วก็ได้มีโอกาสไปกินโรตีมะตะบะที่มีชื่อเสียงในย่านนั้น ซึ่งโรตีที่นี่จะไม่เหมือนที่อื่น เขาจะทอดแป้งไว้ต่างห่าง แล้วให้เราเลือกกับมากิน คล้าย ๆ กับว่าใช้โรตีแทนข้าว ร้านเล็กมาก แต่คนก็เยอะมากเช่นกัน พอทานเสร็จแล้วก็ไปเดิน ถ.ข้าวสาร พบว่ามีแต่ชาวต่างชาติเดินอยู่เต็มซอย เป็นถนนที่รถไม่ค่อยผ่าน เพราะคนเดินเต็มถนน

ถนนข้าวสารกับร้านค้านานาชนิด















ร้านนั่งดื่มกาแฟ จัดได้น่ารักมาก
















อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย์ยามค่ำคืน














หลังจากนั้นก็ไปเดินเซ็นทรัลปิ่นเกล้า แล้วต่อด้วยไปกินนมที่ร้านมนต์นมสด ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก (ดาราไปกินบ่อย) พอทานเสร็จก็ไปเดินเล่นแถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย์ ซึ่งวันนี้สวยมาก ถนนบริเวณนั้นประดับประดาด้วยหลอดไฟ เต็มไปหมดให้แสงสีทองอร่าม ตลอดสาย เดินเล่นไปสักพักก็เหนื่อย เลยนั่งรถกลับหอถึงหอประมาณ 3 ทุ่ม