Saturday, December 03, 2005

ชีวิตบางกอก

มาอยู่ กทม. ได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว ยังไม่ได้ update บล็อกเลย วันนี้ก็ได้ฤกษ์มา update ซักที ...

อยู่ กทม. อะไรที่เรียบง่ายดังเช่นอยู่ในขอนแก่นก็ได้เปลี่ยนไป
อยู่ขอนแก่นเคยตื่นสาย ๆ หรือบ่าย แต่พอมาอยู่ กทม. ก็ต้องตื่นแต่เช้า
อยู่ขอนแก่นเคยนั่งรถมอเตอร์ไซต์ถึงที่หมายใช้เวลาไม่กี่นาที แต่พอมาอยู่ กทม. ก็นั่งรถไฟฟ้า ผสมเดือน รถเมล์บ้างนิดหน่อย เป็นครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึง
อาหารการกินก็แพงขึ้นผิดหูผิดตา เคยกินข้าว 25 บาทเต็มจาน แต่พอมาอยู่ กทม. ข้าว 25 บาท ได้นิดเดียว

ในวันแรกที่เข้าไปรอยเตอร์ ก็รู้สึกเกร็งนิด ๆ แต่ไม่ทันไรก็หาย เพราะพี่ ๆ เป็นกันเอง
เข้าไปทำงาน พี่ก็ยังยังไม่ได้ทำอะไร เพราะบริษัทมีจัดอบรม (Boot Camp) สำหรับพนักงานใหม่ เพื่อให้เราเรียนรู้งานก่อน

พอเข้าอบรมก็ได้พบเพื่อนใหม่หลากหลาย ประมาณ 25 คน บ้างก็ทำงานมาแล้วแล้วลาออกมารอยเตอร์ บ้างก็จบปริญญาโทจากเมืองนอกมาหมาด ๆ แล้วก็ยังรวมถึงเด็กจบใหม่อย่างผมอีกประมาณ 5-6 คน ปัญหาอยู่ตรงนี้แหละครับ (เด็กจบใหม่) ภาษาอังกฤษยังไม่คล่อง เห็นพวกจบโทจากเมืองนอกพูดกันปร๋ออายเค้าเลย แต่ไม่เป็นไรของอย่างนี้หัดกันได้ ไม่นานหรอก ...

ทำงานได้เพียงสองวันก็พบกับวันหยุดอีกสามวัน ซึ่งวันนี้ก็เลยได้โอกาสออกไปเที่ยว กทม. เก็บภาพบรรยากาศมาให้ชมกัน

ตอนบ่าย ๆ ก็ออกเดินทางไปสนามหลวง จากอนุสาวรีย์ไชย์ ก็นั่งรถ ปอ. 503 จากนั้นก็ไปลงที่หน้าศาลยุติธรรม แล้วก็ข้ามสนามหลวงไปเดินดูมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ที่นั่นมีกลิ่นอายของความเก่าแก่ สมกับที่เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ของประเทศ (เป็นที่แห่งความทรงจำของเหตุการณ์ 14 ตุลา) ซึ่งก็มีอาคารสถานที่ในสมัยนั้นเหลืออยู่ พอเริ่มเหนื่อยล้าจากการเดิน ก็ไปหาของกินกันริมแม่น้ำเจ้าพระยา หลัง ม.ธรรมศาสตร์

ศาลาพักผ่อน ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์















หอประชุม ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์














จากนั้นก็ได้เดินไปเที่ยวที่วัดพระแก้ว ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กันนั้น วันนี้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากเดินทางมาชม เดินเที่ยวไป เก็บภาพวิวไป แต่วันนี้ได้ภาพที่ไม่สวยงามเท่าที่ควร เพราะมีคนจำนวนมากมาเที่ยว ดังนั้นจึงมีรูปคนติดมาด้วย ต่อจากนั้นก็เดินไปดู ถ.พระอาทิตย์ ก็ได้เห็นสำนักพิมพ์ผู้จัดการ ซึ่งไม่เหมือนสำนักพิมพ์เลย เป็นบ้านอยู่อาศัยโดยทั่วไป

วัดพระแก้ว กรุงเทพฯ















ประตูพิมานไชยศรี ณ วัดพระแก้ว



















แล้วก็ได้มีโอกาสไปกินโรตีมะตะบะที่มีชื่อเสียงในย่านนั้น ซึ่งโรตีที่นี่จะไม่เหมือนที่อื่น เขาจะทอดแป้งไว้ต่างห่าง แล้วให้เราเลือกกับมากิน คล้าย ๆ กับว่าใช้โรตีแทนข้าว ร้านเล็กมาก แต่คนก็เยอะมากเช่นกัน พอทานเสร็จแล้วก็ไปเดิน ถ.ข้าวสาร พบว่ามีแต่ชาวต่างชาติเดินอยู่เต็มซอย เป็นถนนที่รถไม่ค่อยผ่าน เพราะคนเดินเต็มถนน

ถนนข้าวสารกับร้านค้านานาชนิด















ร้านนั่งดื่มกาแฟ จัดได้น่ารักมาก
















อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย์ยามค่ำคืน














หลังจากนั้นก็ไปเดินเซ็นทรัลปิ่นเกล้า แล้วต่อด้วยไปกินนมที่ร้านมนต์นมสด ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก (ดาราไปกินบ่อย) พอทานเสร็จก็ไปเดินเล่นแถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย์ ซึ่งวันนี้สวยมาก ถนนบริเวณนั้นประดับประดาด้วยหลอดไฟ เต็มไปหมดให้แสงสีทองอร่าม ตลอดสาย เดินเล่นไปสักพักก็เหนื่อย เลยนั่งรถกลับหอถึงหอประมาณ 3 ทุ่ม

2 Comments:

At 12/04/2005 02:23:00 AM, Blogger อาร์ม said...

อะโด่พี่บอลครับ นึกว่าจะอาบน้ำที่ไหนต่อ หุ หุ กลับ 3 ทุ่มเอง

รับปริญญาน้องๆรออยู่นะพี่

ลังเขียว

 
At 12/04/2005 02:24:00 AM, Blogger อาร์ม said...

This comment has been removed by a blog administrator.

 

Post a Comment

<< Home